วันอังคาร, 29 กันยายน 2563

ค่ำคืนที่อิสตันบลู

25 ส.ค. 2020
66

ค่ำคืนที่อิสตันบลู

คนที่คลุกคลีอยู่กับฟุตบอลคงจะทราบเป็นอย่างดีว่าคงเป็นการยากมากหากทีมที่เราเชียร์ตามหลังคุ่แข่งด้วยสกอร์ที่ห่าง แม้ในใจจะแอบหวังให้ทีมกลับมาตีเสมอได้ แต่ความเป็นจริงก็คงจะยาก แต่เมื่อคืนวันที่ 25 พฤษภาคม ปี 2005 หรือเมื่อ 15 ปีที่แล้ว ลิเวอร์พูล ได้แสดงให้แฟนบอลของทุกทีมเห็นแล้วว่าไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้แม้จะโดนอยู่ถึง 3 เมื่อจบเกมในครึ่งเวลาแรก

ครั้งนั้นเป็นเกมในนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ลิเวอร์พูล ทะลุเข้ามาชิงชนะเลิศกับยอดทีมของอิตาลีอย่าง เอซี มิลาน ที่สนามในเมืองอิสตันบลู ประเทศตุรกี “หงส์แดง” ในเวลานั้นมี ราฟาเอล เบนนิเตซ เป็นผู้จัดการทีม ประกอบไปด้วยนักเตะชื่อดังอย่าง สตีเว่น เจอร์ราร์ด. ซาบี อลอนโซ่, เจอร์ซี่ย์ ดูเด็ค และ มิลาน บารอส ส่วนทางฝั่งของ “ปีศาจแดงดำ” มีคาร์โล อันเชลอตติ คุมทัพ มีนักเตะระดับพระกาฬอย่าง อังเดร เชฟเชนโก, เปาโล มัลดินี, ริคารโ กาก้า, อันเดรีย ปิร์โล และ คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ หากมองจากชื่อชั้นทุกคนมั่นใจว่า มิลาน เอาชนะได้แน่นอน

ค่ำคืนที่อิสตันบลู

เริ่มครึ่งแรกทุกอย่างเป็นไปตามที่วางเอาไว้ มิลาน เป็นฝ่ายเปิดเกมอย่างหนักและเพียงแค่นาทีแรกเท่านั้นพวกเขาขึ้นนำ ลิเวอร์พูล อย่างรวดเร็วจากฝีเท้าของ มัลดินี ปราการหลังกัปตันทีม จากนั้นเกมตกเป็นของ มิลาน ฝ่ายเดียวจนในนาทีที่ 39 พวกเขาก็มาหนีห่างเป็น 2-0 จาก เฮร์นัน เครสโป เท่านั้นไม่พออีก 5 นาทีถัดมา เครสโป คนเดิมมากดประตูที่ 2 ของตนเองและพามิลานหนีห่าง 3-0 เมื่อจบ 45 นาทีแรก

วินาทีนั้นแฟนบอลลิเวอร์พูลทั่วโลกรวมถึงแฟนบอลทุกทีมคงคิดว่าเกมจบไปแล้ว แต่เมื่อเริ่มครึ่งหลังมา หงส์แดง ฮึดสู้อย่างเต็มที่และก็สัมฤทธิ์ผลเมื่อ เจอร์ราร์ด ทำประตูไข่แตกให้ต้นสังกัดไล่มาเป็น 3-1 ในนาที 54 ลิเวอร์พูลมีแรงฮึดทันทีถัดมา 2 นาที พวกเขาได้ประตูที่ 2 จาก วลาดิเมียร์ ซมิเซอร์ ก่อนที่ อลอนโซ จะซัดตีเสมอให้กับหงส์แดงในนาที 60 ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที ในการตามตีเสมอ ทำให้แฟนบอลเริ่มมีกำลังใจขึ้นมา จากนั้น ลิเวอร์พูล ต้านทานเกมรุกของ มิลาน เอาไว้ได้จนตลอดรอดฝั่งจนครบ 120 นาที ต้องตัดสินกันที่จุดโทษ

4 คนแรกของ ลิเวอร์พูล คือ ฮามันน์, ซิสเซ่, ซมิเซอร์ ยิงเข้าไม่พลาด มีเพียง ริเซ่ ที่ทำพลาด ส่วนของมิลานคือ แซร์จินโญ่, ปิร์โล, โทมาสสัน กับ กาก้า มีแค่ กาก้า กับ โทมาสสันเท่านั้นที่ยิงเข้าส่วนอีก 2 คนคลำเป้าไม่เจอ ภาระตกมาอยู่ที่ เชฟเชนโก้ ของมิลาน ทีต้องยิงให้เข้า แต่แล้ว เชว่า ก็ทำพลาด ผลจบลงที่ ลิเวอร์พูล เถลิงบัลลังก์แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก สมัยที่ 5 ไปครองแบบยิ่งใหญ่ สะใจแฟนบอลที่มีทั่วมุมโลก และนี่คือค่ำคืนแห่งอิสตันบลูกับน้ำตาของเอซี มิลาน ที่มาจากฝีมือของ ลิเวอร์พูล

 

# ปราฏิหาริย์ อีสตันบูล