วันอังคาร, 29 กันยายน 2563

ฮิลล์โบโร เรื่องเศร้าที่ไม่มีวันลืม

ฮิลล์โบโร เรื่องเศร้าที่ไม่มีวันลืม

แต่ละสโมสรจะมีสนามเหย้าเป็นของตัวเอง ยกเว้นบางทีมที่อาจจะใช้สนามร่วมกัน รวมถึงในการแข่งขันบางรายการที่จำเป็นต้องใช้สนามกลางเพื่อความยุติธรรมในหลายๆ เรื่อง แต่บางทีการใช้สนามกลางอาจจะทำให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันได้ อย่างเช่นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับแฟนบอลลิเวอร์พูล ในศึกเอฟเอคัพรอบรองชนะเลิศกับ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ เมื่อปี 1989 หรือที่แฟนบอลอังกฤษรู้จักกันดีในนามโศกนาฎกรรม ฮิลส์โบโร

ฮิลล์โบโร เรื่องเศร้าที่ไม่มีวันลืม

วันที่ 15 เมษายน ปี 1989 ณ สนาม ฮิลส์โบโร สนามเหย้าของ เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ กำลังจะถูกใช้ในเกมเอฟเอคัพ รอบรองชนะเลิศระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ แต่แล้วปัญหาก็ได้เกิดขึ้นเมื่อทางสโมสรลิเวอร์พูลไม่พอใจที่แฟนบอลของพวกเขาถูกจัดให้นั่งชมในฝั่งอัฒจรรย์ด้านที่ชื่อว่าเลปปิ้ง เลน เอนด์ที่จุผู้ชมได้เพียง 14,600 คนเท่านั้น แต่ในขณะที่ ฟอเรสต์ ที่มีแฟนบอลเข้ามาชมน้อยกว่ากลับไปอยู่ในฝั่งตะวันออกหรือสเปียน ค็อปที่จุได้มากถึง 21,000 คน

การแข่งขันจะเริ่มในเวลา 15.00 . โดยทางสนามเปิดให้แฟนบอลเข้าได้เวลา 14.45 . แฟนบอลของ ฟอเรสต์ เข้าได้ไม่ยากเย็นนักเพราะมีจำนวนที่น้อยกว่า ผิดกับแฟนบอลของ ลิเวอร์พูล ที่เบียดเสียดอัดแน่นกันอยู่ที่ทางเข้าส่วนกลุ่มที่เข้าได้มาก่อนก็มายืนกันอยู่ติดรั้ว (สนามในสมัยก่อนจะมีรั้วกั้นกันแฟนบอลฮูลิแกนก่อนความวุ่นวาย) เมื่อเกมเริ่มต้นแฟนบอลของลิเวอร์พูลพยายามอัดกันเข้ามาในสนามทำให้กลุ่มที่อยู่ติดกับรั้วเริ่มหายใจไม่ออก แต่ทางด้านหลังก็ยังไม่หยุดดันเข้ามาแต่อย่างใด จนเกมเล่นไปได้แค่ 6 นาทีเจ้าหน้าที่สนามควบคุมสถานการณ์ไม่อยู่ทำให้ตำรวจต้องยุติการแข่งขันทันทีเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย

เมื่อเหตุการณ์สงบตำรวจเริ่มระบายแฟนบอลลิเวอร์พูลออกจากสนามได้สิ่งที่เห็นคือศพของผู้เคราะห์ร้ายจำนวน 95 รายที่เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที (ทั้งหมดที 96 ราย อีก 1 รายไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล) สาเหตุมาจากการขาดอากาศหายใจ บางรายถูกอัดแน่นไปกับลูกกรงเหล็กด้านหน้า และมีผู้บาดเจ็บอีกหลายร้อยคน เมื่อตำรวจสืบสวนจึงได่รับรู้ว่าสาเหตุมาจากความสะเพร่าของเจ้าหน้าที่สนามที่ไม่จัดการหาที่นั่งให้แฟนบอลลิเวอร์พูลที่มีจำนวนมากได้ และหลังจากนั้นทุกสนามในประเทศอังกฤษถูกสั่งให้เปลี่ยนเป็นเก้าอี้นั่งและรื้อรั้วกั้นเหล็กออกให้หมด แม้วันเวลาจะล่วงเลยมาแล้วถึง 31 ปี แต่เสียงกรัดร้องของเหยื่อ เสียงร้องไห้ของผู้ที่สูญเสิย ยังคงวนเวียนอยู่ในใจแฟนบอลลิเวอร์พูล และยังคงระลึกถึงผู้เคราะห์ร้ายในวันนั้นไม่เคยเสื่อมคลาย

 

# แมตช์ความทรงจำเอฟเอ คัพ นัดชิงชนะเลิศ 1989