วันจันทร์, 28 กันยายน 2563

Sadio mane

Sadio mane

ชื่อเต็ม: ซาดิโอ มาเน่
ชื่อเล่น: ซาอิด
วันเกิด: 10 เมษายน 1992 (อายุ 27 ปี)
สถานที่เกิด: เซห์ดิอู, เซเนกัล
สัญชาติ: เซเนกัล
สโมสรปัจจุบัน: ลิเวอร์พูล
เบอร์เสื้อ: 10
ตำแหน่งการเล่น: กองหน้า, ปีกซ้าย, ปีกขวา
ส่วนสูง: 1.75 เซนติเมตร
น้ำหนัก: 69 กิโลกรัม
เท้าข้างถนัด: ขวา

Sadio mane

ชีวิตในวัยเด็ก : มาเน่เติบโตในหมู่บ้านเล็ก ๆ มีชื่อว่า บามบาลี ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเซเนกัล เขาเกิดในครอบครัวที่ยากจนมาก ๆ เขามีพี่น้องมากจนต้องไปอาศัยอยู่กับลุง เขาเติบโตขึ้นมาเล่นฟุตบอลข้างถนน และไม่มีโอกาสได้ไปโรงเรียนเพราะพ่อแม่ของเขามีกำลังทรัพย์ไม่พอ ดังนั้นชีวิตของเขาตั้งแต่เช้าจรดเย็นคือการเล่นฟุตบอลข้างถนนที่เต็มไปด้วยดินโคลน สิ่งที่ทำให้เขาหลงใหลในการเป็นนักฟุตบอลอาชีพอย่างแท้จริงคือตอนที่เขาได้ดูทีมชาติเซเนกัลลงเล่นในฟุตบอลโลกและเข้าไปสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ โดยเฉพาะการเอาชนะแชมป์โลกอย่างฝรั่งเศสในรอบแบ่งกลุ่มเวลานี้ แม้จะเพิ่งได้เล่นในฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกก็ตาม สิ่งนี้ทำให้เขาจริงจังกับฟุตบอลมากขึ้น ในตอนแรกพ่อแม่ของเขาพยายามปรามไว้แล้ว เพราะพวกเขามีแผนการอื่น ๆ ให้กับลูกชายโดยที่มันไม่ได้เกี่ยวข้องกับฟุตบอล แต่อย่างไรก็ตามมาเน่ดื้นรั้นในเรื่องนี้ ในเมื่อต่อต้านไม่ได้พ่อแม่ของเขาเลยต้องเลือกสนับสนุนลูกชายของพวกเขาแทนถึงขั้นขายผลผลิตในฟาร์มเพื่อหาเงินส่งมาเน่ได้เข้าร่วม เจเนอเรชั่น ฟุต ซึ่งเป็นอคาเดมี่ในดาการ์, เซเนกัล

เม็ตซ์ (2011-2012)มาเน่ ย้ายไปเล่นกับ เม็ตซ์ ทีมดิวิชั่นสองของฝรั่งเศส ในวัย 19 ปี หลังจากที่ไปเตะตาแมวมองของสโมสร เขาค้าแข้งในระยะสั้น ๆ ลงเล่น 19 นัด ยิงได้ 1 ประตู

เร้ด บูลล์ ซัลส์บวร์ก (2012–2014) ผลงานของเขาที่เม็ตซ์ ช่วยให้มาเน่ได้ย้ายไปซัลซ์บวร์กด้วยค่าตัว 4 ล้านยูโร ซึ่งนับเป็นการย้ายทีมค่าตัวแพงลำดับ 3 ของเม็ตซ์เลยทีเดียว ในวันที่ 27 ตุลาคม 2012 เขาทำแฮตทริกครั้งแรกในชีวิตในเกมที่ชนะ 3-1 กับ คาร์ลสดอร์ฟ และในเดือนพฤษภาคม 2014 เขายิงได้ถึง 31 ประตูจากการลงสนาม 63 นัดช่วยให้ซัลซ์บวร์กคว้าดับเบิ้ลแชมป์ในประเทศประจำซีซั่น 2013-14

เซาแธมป์ตัน (2014–2016) เซาแธมป์ตันจ่ายเงิน 12 ล้านปอนด์คว้ามาเน่มาร่วมทีมเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2014 นัดแรกของเขาคือเกมที่ชนะ อาร์เซน่อล ในศึกลีก คัพ โดยเขาช่วยให้ทีมได้จุดโทษ เขาได้เดบิวต์ในพรีเมียร์ลีกเกมที่ชนะ คิวพีอาร์ 2-1 พร้อมการทำ 1 แอสซิสต์ ประตูแรกของเขาเกิดขึ้นในเกมที่ชนะ สโต๊ค ซิตี้ 1-0 ผลงานสร้างชื่อเกิดขึ้นในเกมที่ถล่ม แอสตัน วิลล่า 6-1 เมื่อเขาใช้เวลาเพียง 2 นาที 56 วินาทีทำแฮตทริกเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2015 และมันกลายเป็นแฮตทริกที่เร็วที่สุดในพรีเมียร์ลีกอีกด้วย

ลิเวอร์พูล (2016–ปัจจุบัน) มาเน่ ย้ายร่วมทีม ลิเวอร์พูล เมื่อปี 2016 ด้วยค่าตัว 34 ล้านปอนด์ ทำให้เขาผู้เล่นแอฟริกันที่แพงที่สุดในเวลานั้น มาเน่เดบิวต์ให้กับต้นสังกัดใหม่ด้วยการทำประตูในเกมที่ชนะ อาร์เซน่อล 4-3 ซีซั่นนั้นเขายิงไป 13 ประตูในลีก พร้อมมีชื่อติดทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของลีก เช่นเดียวกับการเป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของสโมสรอีกด้วย ผลงานของเขาดีขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในแง่ของการทำประตู ในเดือนมีนาคม 2019 เขาทำประตูที่ 50 ให้กับสโมสรในเกมที่ชนะ เบิร์นลี่ย์ 4-2 ซึ่งในปีนั้นเขาจบฤดูกาลด้วยการยิงไป 22 ประตูในพรีเมียร์ลีก คว้าดาวซัลโวร่วม เช่นเดียวกับพาทีมคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้อย่างงดงาม

ทีมชาติเซเนกัล นัดแรกของมาเน่ในนามทีมชาติเซเนกัลชุดใหญ่เกิดขึ้นในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกปี 2012 ซึ่งพวกเขาตกรอบก่อนรอบรองชนะเลิศ จากนั้นเขาได้มีโอกาสลงเล่นแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ 2017 แต่แพ้ก็ตกรอบก่อนรองชนะเลิศเช่นกัน นอกจากนี้เขายังเป็นส่วนหนึ่งของขุนพล 23 คนที่ไปเล่นฟุตบอลโลกเมื่อปี 2018 อีกด้วย เขาทำประตูได้ในเกมเจอกับญี่ปุ่น เขาคือแข้งคนสำคัญที่ช่วยเซเนกัลคว้ารองแชมป์ แอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ 2019 ด้วยผลงานที่โดดเด่นทำให้มาเน่คว้ารางวัลนักเตะแอฟริกันแห่งปีไปเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2020 กลายเป็นนักเตะเซเนกัลคนที่สองที่คว้ารางวัลอันทรงเกียรตินี้

 

# Roberto firmino