วันจันทร์, 28 กันยายน 2563

James Milner

James Milner

James Milner

ชื่อเต็ม: เจมส์ ฟิลิป มิลเนอร์
ชื่อเล่น: มิลลี่
วันเกิด: 4 มกราคม 1986 (อายุ 34 ปี)
สถานที่เกิด: ลีดส์, อังกฤษ
สัญชาติ: อังกฤษ
สโมสรปัจจุบัน: ลิเวอร์พูล
เบอร์เสื้อ: 7
ตำแหน่งการเล่น: มิดฟิลด์, ปีกซ้าย, ปีกขวา, แบ็คซ้าย
ส่วนสูง: 175 เซนติเมตร
น้ำหนัก: 70 กิโลกรัม
เท้าข้างถนัด: ขวา

มิลเนอร์ เป็นนักเตะสารพัดประโยชน์ที่ผ่านการลงเล่นให้กับหลายสโมสรนับตั้งแต่เซ็นสัญญาอาชีพกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด เมื่อปี 2002 โดยเคยเล่นให้กับทั้ง สวินดอน ทาวน์, นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด, แอสตัน วิลล่า และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก่อนจะย้ายมาอยู่กับ ลิเวอร์พูล ในปี 2015 และถูกแต่งตั้งเป็นรองกัปตันทีม

 

ลีดส์ ยูไนเต็ด (2002-2004)

มิลเนอร์ ลงเดบิวต์ให้ ลีดส์ ในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2002 เกมที่พบกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด และทำให้เขาทำสถิติเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดอันดับสองที่เล่นในศึกพรีเมียร์ลีก ด้วยวัยเพียง 16 ปีกับอีก 309 วัน และกลายเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดที่สามารถทำประตูได้ในพรีเมียร์ลีก ด้วยวัยเพียง 16 ปีกับอีก 356 วัน ในเกมที่ชนะ ซันเดอร์แลนด์ 2-1 เขาเคยถูกปล่อยไปยืมตัวกับ สวินดอน ทาวน์ อีกด้วย ลีดส์ ประสบปัญหาด้านการเงินอย่างหนักจนทำให้ทีมต้องปล่อยแข้งดาวดังมากมาย แต่ มิลเนอร์ ยังได้อยู่ทีมแต่พวกเขาก็ตกชั้น มิลเนอร์ที่ได้รับความสนใจจากหลายสโมสรก็ตกลงย้ายไปอยู่ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัว 3.6 ล้านปอนด์ แม้ว่าเขาจะไม่แฮปปี้นักที่ต้องย้ายออกจากสโมสรรัก

 

นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด (2004-2008)
          มิลเนอร์ ลงเดบิวต์นัดแรกในเกมพรีซีซั่นที่ และยิงประตูแรกได้ในเกมที่เสมอกับ คิตฉี ทีมจากฮ่องกง ด้วยสกอร์ 1-1 เขาลงสนามในศึกพรีเมียร์ลีกนัดแรก ที่พบกับ มิดเดิ้ลสโบรช์ เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2004 ซึ่งเขาโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในตำแหน่งปีกขวา อย่างไรก็ตามการเข้ามาคุมทีมของ แกรม ซูเนสส์ ทำให้มิลเนอร์ถูกจำกัดโอกาสลงสนาม จนถูกปล่อยไปอยู่กับ แอสตัน วิลล่า ด้วยสัญญายืมตัว เมื่อสัญญายืมตัวกับวิลล่าหมดลง มิลเนอร์กลับมาอยู่กับนิวคาสเซิ่ล และดูเหมือนว่าจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นหลังจากได้ เกล็นน์ โรเดอร์ เป็นผู้จัดการทีมในฤดูกาล 2006-07 ซึ่งแม้ว่าผลงานอาจจะไม่ดีนัก แต่เขาก็ยังเป็นสมาชิกคนสำคัญที่ช่วยให้ทีมผ่านเข้ารอบแบ่งกลุ่ม ศึกยูฟ่า คัพ บทบาทของเขากับทีมเริ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ นับตั้งแต่การเข้ามาคุมทีมของ แซม อัลลาร์ไดซ์ เขาทำผลงานได้น่าประทับใจจนมีข่าวว่า ลิเวอร์พูล ติดต่อเพื่อต้องการคว้าตัวไปร่วมทีม แต่ทว่าในท้ายที่สุดแล้วดีลนี้มันก็ไม่ได้เกิดขึ้น

 

แอสตัน วิลล่า (2005-2006 ยืมตัว), (2008-2010)

มิลเนอร์ เป็นส่วนหนึ่งของดีลการเซ็นสัญญากับ โนลเบร์โต้ โซลาโน่ มาจาก แอสตัน วิลล่า ในช่วงเริ่มต้นซีซั่น 2005-06 ซึ่งทำให้เขาถูกปล่อยไปยืมตัวที่ วิลล่า ปาร์ค เป็นเวลา 1 ฤดูกาล โดยในเวลานั้น เดวิด โอเลียรี่ ที่เคยทำงานร่วมกับ มิลเนอร์ สมัยค้าแข้งกับ ลีดส์ ดำรงตำแหน่งกุนซือ แน่นอนว่ามันเป็นดีลที่เขาแฮปปี้มาก ๆ และเขาก็หวังว่าจะไปอยู่กับ วิลล่า แบบถาวร เขาต้องรอ 2 ปีกว่าจะได้เซ็นสัญญาแบบถาวรกับ วิลล่า เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2008 จากตำแหน่งปีก มิลเนอร์ ถูกโยกไปเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางในช่วงฤดูกาล 2009-10 หลังจากที่กองกลางกัปตันทีมอย่าง แกเร็ธ แบร์รี่ ย้ายไปร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งจบซีซั่นเขาถูกโหวตให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีจากการโหวตโดยแฟนบอล และยังคว้ารางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีของ พีเอฟเอ อีกด้วย

 

 


แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (2010-2015)

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เคยพยายามดึงตัว มิลเนอร์ มาแล้วแต่ทว่าไม่สำเร็จ ก่อนที่สามารถเกลี้ยกล่อมให้เขาเซ็นสัญญาเข้ามาร่วมทีมได้ในวันที่ 17 สิงหาคม 2010 ด้วยค่าตัวประมาณ 26 ล้านปอนด์ ด้วยดีลที่มี สตีเฟ่น ไอร์แลนด์ เป็นส่วนหนึ่งในเงื่อนไขการย้ายทีม มิลเนอร์ ลงเดบิวต์กับต้นสังกัดใหม่เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2010 ในเกมที่เอาชนะ ลิเวอร์พูล 3-0 และยิงประตูแรกได้ในเกมที่เสมอกับ เลสเตอร์ ซิตี้ 2-2 ในศึกเอฟเอ คัพ รอบที่ 3  มิลเนอร์ เป็นส่วนหนึ่งของทีมที่แชมป์ลีกสูงสุดเป็นสมัยแรกในรอบ 44 ปีอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 20 ตุลาคม เขาได้รับใบแดงครั้งแรกในอาชีพการค้าแข้งในเกมที่เอาชนะ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน 2-1 ในวันที่ 10 ธันวาคม 2013 เขายิงประตูชัยให้ทีมเฉือนเอาชนะ บาเยิร์น มิวนิค 3-2 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และทำให้เขากลายทำสถิติเป็นนักเตะอังกฤษคนแรกที่ยิงประตูให้กับ ซิตี้ ในทัวร์นาเมนต์นี้ได้ เขาหมดสัญญากับเรือใบสีฟ้าหลังจบฤดูกาล 2014-15 และกลายเป็นนักเตะฟรีเอเยนต์ก่อนถูก ลิเวอร์พูล เซ็นสัญญาเข้าร่วมทีม

 

 

ลิเวอร์พูล (2015-ปัจจุบัน)
          ในวันที่ 4 มิถุนายน 2015 ลิเวอร์พูล ประกาศคว้าตัว มิลเนอร์ มาร่วมทีมแบบไร้ค่าตัว มิลเนอร์ได้รับการประกาศให้เป็นรองกัปตันทีมในวันที่ 7 สิงหาคม 2015 เขาลงเล่นนัดแรกให้กับสโมสรในเกมที่ชนะ สโต๊ค ซิตี้ 1-0 เขาได้เป็นกัปตันทีมให้ลิเวอร์พูลเป็นครั้งแรกในนัดที่สามของเขากับสโมสรเกมที่เสมอกับ อาร์เซน่อล 0-0 เขาทำประตูแรกให้กับลิเวอร์พูลได้ในเกมที่ชนะ แอสตัน วิลล่า 3-2 ในวันที่ 26 กันยายน 2015 ในวันที่ 24 เมษายน 2018 มิลเนอร์ทำสถิติกลายเป็นผู้เล่นคนแรกในประวัติศาสตร์ของแชมเปี้ยนส์ลีกที่ทำได้ 9 แอสซิสต์ในซีซั่นเดียว สำหรับเกมที่ชนะ อาแอส โรม่า 5-2 รอบรองชนะเลิศ นัดแรก ในเดือนพฤศจิกายน 2018 มิลเนอร์ยิงประตูในพรีเมียร์ลีกลูกที่ 50 ของตัวเองในเกมที่เสมอ อาร์เซน่อล 1-1 และเดือนต่อมาเขากลายเป็นผู้เล่นคนที่ 13 ในพรีเมียร์ลีกที่ลงสนามถึง 500 นัดในเกมที่ชนะ บอร์นมัธ 4-0 หลังจากพาทีมคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ลีก มิลเนอร์ได้รับสัญญาฉบับใหม่ในเดือนธันวาคม 2019 ซึ่งทำให้เขาได้อยู่ค้าแข้งกับทีมไปจนถึงปี 2022

 

 

ทีมชาติอังกฤษ

มิลเนอร์ ได้ลงเดบิวต์ให้กับทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ในเดือนสิงหาคม 2009 สำหรับเกมอุ่นเครื่องที่เสมอกับ เนเธอร์แลนด์ 2-2 เขาถูกเรียกติดทีมชาติชุดลุยศึกฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้ เช่นเดียวกับยูโร 2012 ที่โปแลนด์และยูเครน ทั้งนี้ มิลเนอร์ ประกาศแขวนสตั๊ดจากการทีมชาติอังกฤษในวันที่ 5 สิงหาคม 2016 โดยเขาลงสนามไปทั้งสิ้น 61 นัด ยิงได้ 1 ประตู

 

 

# Steven Gerrard