วันจันทร์, 28 กันยายน 2563

Divock Origi

Divock Origi

Divock Origi
ชื่อเต็ม: ดิว็อค โอค็อธ โอริกี้
ชื่อเล่น: ดิฟ
วันเกิด: 18 เมษายน 1995 (อายุ 24 ปี)
สถานที่เกิด: ออสเตนเด, เบลเยียม
สัญชาติ: เบลเยียม
สโมสรปัจจุบัน: ลิเวอร์พูล
เบอร์เสื้อ: 27
ตำแหน่งการเล่น: กองหน้า, ปีกซ้าย
ส่วนสูง: 185 เซนติเมตร
น้ำหนัก: 75 กิโลกรัม
เท้าข้างถนัด: ขวา

 

ดิว็อค โอริกี้ เซ็นสัญญาอาชีพฉบับแรกกับ ลีลล์ เมื่อปี 2012 และหลังจากเดบิวต์เมื่อปี 2013 เขาก็ถูกเซ็นสัญญาย้ายไปอยู่กับ ลิเวอร์พูล ในปีถัดมา แต่ก็ถูกปล่อยอยู่กับ ลีลล์ ด้วยสัญญายืมตัวตลอดทั้งซีซั่น หลังจากได้รับบาดเจ็บรบกวนเมื่อกลับมาอยู่หงส์แดงเขาก็ถูกปล่อยไปอยู่กับ โวล์ฟส์บวร์ก ด้วยสัญญาเช่าและทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ เขารับบทบาทเป็นตัวสำรองในถิ่นแอนฟิลด์ แต่มักจะทำประตูสำคัญ ๆ ให้ทีมโดยเฉพาะการยิง 2 ประตูให้ทีมหักด่าน บาร์เซโลน่า เข้าชิงชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก และคว้าแชมป์ได้สำเร็จ

ลีลล์ (2012-2014)

โอริกี้ เซ็นสัญญาอาชีพฉบับแรกกับ ลีลล์ เมื่อปี 2012 เขามีชื่อกับทีมชุดใหญ่ครั้งแรกแต่ไม่ได้ถูกใช้งานเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2013 และใน 9 วันต่อมาเขายิงประตูได้ตั้งแต่เกมเดบิวต์ด้วยการลงมาเป็นตัวสำรองให้ต้นสังกัดเอาชนะ ทรัวส์ 1-0

 

 

ลิเวอร์พูล (2014-ปัจจุบัน), ลีลล์ (2014-2015 ยืมตัว), โวล์ฟส์บวร์ก (2017-2018 ยืมตัว)

ในวันที่ 29 กรกฎาคม 2014 ลิเวอร์พูล ประกาศเซ็นสัญญากับ โอริกี้ ด้วยค่าตัว 10 ล้านปอนด์ ก่อนจะปล่อยกลับไปอยู่ ลีลล์ แบบยืมตัวตลอดทั้งฤดูกาล 2014-15 ซึ่งเขาทำประตูได้ตั้งแต่นัดแรกที่กลับไปสำหรับเกมที่ชนะ ก็อง 1-0 เขายิงแฮตทริกให้ทีมได้ในเกมที่ชนะ แรนส์ 3-0 ในวันที่ 15 มีนาคม 2015 เมื่อหมดสัญญายืมตัว โอริกี้ กลับมาอยู่ ลิเวอร์พูล และได้ลงเดบิวต์ในเกมอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2015 ด้วยการลงมาเป็นตัวสำรองแทนที่ แดนนี่ อิงส์ สำหรับเกมที่พ่าย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3-1 ประตูแรกของเขาเกิดขึ้นในเกมลีก คัพ ที่ถล่มเอาชนะ เซาแธมป์ตัน 6-1 เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2015 ซึ่งเกมนั้นเขาทำแฮตทริกได้ด้วย ในวันที่ 31 สิงหาคม 2017 โอริกี้ ถูกปล่อยไปยืมตัวอยู่กับ โวล์ฟส์บวร์ก เขายิงประตูแรกให้กับสโมสรในเกมที่พบกับ แวร์เดอร์ เบรเมน ซึ่งเขาทำไปได้ 6 ประตูระหว่างการค้าแข้งในเยอรมนี เมื่อกลับมาอยู่ในถิ่นแอนฟิลด์ เขาต้องรอโอกาสลงสนามอย่างอดทน และทำประตูแรกในซีซั่นเกมที่ชนะ เอฟเวอร์ตัน 1-0 เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2018 ในนาทีที่ 90+6′ จากความผิดพลาดของ จอร์แดน พิคฟอร์ด เขายิงประตูช่วงท้ายเกมอีกครั้งในเกมที่ชนะ นิวคาสเซิ่ล 3-2 ในวันที่ 4 พฤษภาคม 2019

ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2019 โอริกี้ ทำประตูครั้งแรกในแชมเปี้ยนส์ลีก เกมที่พบกับ บาร์เซโลน่า รอบรองชนะเลิศ เลกสอง ช่วยให้ ลิเวอร์พูล คัมแบ็คเข้ารอบชิงชนะเลิศได้อย่างเหลือเชื่อ ในวันที่ 1 มิถุนายนเขายิงประตูที่สองของลิเวอร์พูลในเกมที่เอาชนะ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ 2-0 ในรอบชิงชนะเลิศ คว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ ทำให้เขากลายเป็นเพียงผู้เล่นชาวเบลเยียมคนที่สองที่ทำประตูในแชมเปี้ยนส์ลีก รอบชิงชนะเลิศ ในวันที่ 10 กรกฎาคม 2019 โอริกี้ ต่อสัญญาฉบับใหม่ซึ่งจะทำให้เขาอยู่กับ ลิเวอร์พูล จนถึงปี 2024

 

 

ทีมชาติเบลเยียม 

ในวันที่ 13 พฤษภาคม 2014 โอริกี้ ติดทีมชาติเบลเยียมชุดใหญ่ ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิล เขาลงสนามนัดแรกในเกมรอบแบ่งกลุ่มที่พบกับ แอลจีเรีย เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน เขาทำประตูแรกได้ในเกมที่ชนะ รัสเซีย 1-0 ช่วยให้ทีมผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ ด้วยวัยเพียง 19 ปี 2 เดือนกับ 4 วันในตอนนั้นทำให้เขากลายเป็นผู้ทำประตูที่อายุน้อยที่สุดของเบลเยียมในศึกฟุตบอลโลก นอกจากนี้แล้วเขามีชื่อติดทีมชาติไปเล่นศึกยูโร 2016 อีกด้วย แต่ไม่มีชื่อในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย ถึงกระนั้นเขาเล่นไปแล้ว 28 นัด ยิงได้ 3 ประตู

 

 

# Roberto firmino