วันเสาร์, 11 กรกฎาคม 2563

Daniel Agger

Daniel Agger

ชื่อเต็ม : แดเนียล มุนเดอ แอ็คเกอร์

ชื่อเล่น : แดนนี่

วันเกิด : 12 ธันวาคม 1984 ( 35 ปี )

สถานที่เกิด : ฮวิโดฟ , เดนมาร์ก

สัญชาติ : เดนมาร์ก

เบอร์เสื้อ : 5

ตำแหน่งการเล่น : กองหลัง

ส่วนสูง : 191 เซนติเมตร

น้ำหนัก : 84 กิโลกรัม

เท้าข้างถนัด : ซ้าย

แดเนียล แอ็กเกอร์ ปราการหลังพันธ์ดุผู้ที่คลั่งไคล้ในรอยสัก การอ่านเกมที่เด็ดขาด การเข้าสกัดที่ดุดัน ลูกกลางอากาศที่แข็งแกร่ง ร่วมถึงการทำประตูหนักหน่วง นี่อาจเป็นข้อจำกัดความของกองหลังผู้นี้ที่เราเห็นได้ชัดเจนในช่วงที่เขาค้าแข่งให้กับลิเวอร์พูล

บรอนด์บี้ ( 2004 – 2006 )

กรกฏาคม 2004 เขาได้รับโอกาสขึ้นชุดใหญ่ของบรอนด์บี้ และประกบคู่กับ แอนเดรียส จาคอ็ปเซ่นกองหลังตัวเก่งทีมชาติเดนมาร์ก เขาปรับตัวเข้ากับรุ่นพี่ร่วมชาติได้อย่างรวดเร็ว จนเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ทีมคว้าแชมป์ลีก ของประเทศเดนมาร์ก

 

 

Daniel Agger

ลิเวอร์พูล ( 2006 – 2014 )

เขามีข่าวเชื่อมโยงกับยักษ์ใหญ่หลายสโมสรในยุโรป ด้วยวัยเพียง 19 ปี และถือว่าเป็นกองหลังอนาคตไกล ในขณะนั้น โดยผ่านเกมชุดใหญ่กับบรอนด์บี้เพียง 49 นัด ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือลิเวอร์พูลในช่วงนั้นกล่าวว่า เขาสามารถเป็นกองหลังตัวหลังของหงษ์แดงไปอีก 10 ปี เขาเซ็นสัญญา 4 ปีครึ่ง ในวันที่ 12 มกราคม 2006 ด้วยค่าตัว 6 ล้านปอนด์ การเข้ามาของเขาด้วยฟอร์มอันแข็งแกร่ง ทำให้ ซามี่ ฮุเปีย เซนเตอร์ตัวหลักก่อนหน้านั้นถูกดร็อปเป็นตัวสำรองและต้องย้ายทีมออกไปในที่สุด อีกจุดแข็งของเขานอกจากความเหนียวแน่นในเกมรับแล้ว เขายังมีลูกยิงนอกเขตโทษอันยอดเยี่ยม ซึ่งลูกแรกที่เขาทำได้คือการยิงไกลกว่า 40 หลา ใส่เวสแฮมในเกมลีกนัดที่สองที่เขาลงเล่นในถิ่นแอนฟิลด์ต่อหน้าเดอะค็อปทั้งสนาม สไตล์การเล่นที่ดุดันของเขาทำห้ได้รับการชื่นชมอย่างล้นหลาม และอีก 1 แมทช์ที่เขาแสดงศักยภาพได้อย่างยอดเยี่ยม ในเกมรอบรองชนะเลิศนัดที่ 2 ที่แอนฟิลด์ ถึงแม้ในเกมแรกเขาจะมีปัญหาในการตามประกบ ดิดิเย่ ดร็อกบา

แต่ในนัดที่สองเขากับจัดการกองหน้าชาวไอเวอรี่โคทว์ได้อย่างอยู่มัด แถมยังสามารถพังประตูเชลซีพร้อมทั้งคว้าแมน ออฟ เดอะ แมทช์ไปครองได้อีกด้วย ฤดูกาล 2007-2008 เขามีอาการบาดเจ็บฝ่าเท้าจนต้องเข้ารับการผ่าตัด ทำให้เขาต้องพักยาวลิเวอร์พูลจึงได้ไปคว้าตัว มาร์ติน สเคอเตล ปราการหลังชาวสโลวัก เข้ามาเสริมทีม ด้วยการที่เขาพักรักษาตัวไปนาน เมื่อมีโอกาสกลับมาลงสนามฟอร์มของเขาก็ไม่ดีเหมือนที่เคยทำได้ ซึ่งพอฟอร์มเริ่มจะเข้าที่เข้าทาง

ปัญหาอาการบาดเจ็บก็มาเยือนเขาอีกครั้ง แม้จะหายเจ็บกลับมาแต่ด้วยฟอร์มที่ไม่ดุดัน และสภาพร่างกายที่ไม่แข็งแกร่งเช่นเดิม ซึ่งเขาก็มีอาการบาดเจ็บอยู่เรื่อยๆ แม้ในช่วงปี 2013-2014 เขาจะถูกแต่งตั้งให้เป็นรองกัปตันทีม แต่ท้ายที่สุดเขาก็ประกาศอำลาสโมสร และกลับไปร่วมทีมบรอนด์บี้ ทีมที่ปลุกปปั้นเขาขึ้นมาอีกครั้ง แต่อาการบาดเจ็บก็ยังตามรังขวานเขาไม่เลิก และด้วยวัยเพียง 31 ปี เขาจึงได้ประกาศแขวนสตั๊ด

 

 

ทีมชาติเดนมาร์ก

แอ็กเกอร์ประเดิมสนามในนามทีมชาติวันที่ 2 มิถุนายน 2005 ในแมทช์กระชับมิตรกับทีมชาติฟินแลนด์และเป็นตัวหลักในฟุตอลโลก 2006 ชุดไม่เกิน 21 ซึ่งรายการนั้นเขาทำได้ 3 ประตูจากการลงสนาม 10 นัด 2 มิถุนายน 2007 เขาทำประตูสำคัญในนาทีสุดท้าย พาเดนมาร์กไปยูโร 2008 และฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้  หลังจากนั้นเขาก็ได้รับปลอกแขวนกัปตันทีมชาติต่อจาก คริสเตียน โพลเซ่นและพาทีมไปยูโร 2012 ได้อีกครั้ง เขาลงเล่นให้เดนมาร์กชุดใหญ่ไป 75 นัด ทำได้ 11 ประตู

 

 

# Virgil van Dijk