วันอังคาร, 27 ตุลาคม 2563

ชากิรี่ ยังมีอนาคตในถิ่นหงส์แดง

ชากิรี่ ยังมีอนาคตในถิ่นหงส์แดง

เซอร์ดาน ชากิรี่ หรือบิ๊กป้อมที่แฟนบอลทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูลตั้งฉายาให้ อันเนื่องมาจากรูปร่างของเขา ตัวป้อม ๆ มีหุ่นเป็นมะขามครึ่งข้อ ด้วยสูงเพียง 169 เซนติเมตร มีน้ำหนักตัวถึง 72 กิโลกรัม แต่เขามีร่างกายกำยำกล้ามเป็นมัดๆ  สำหรับเรื่องของฝีเท้าแล้ว ชากิรี่  กองกลางตัวรุกทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์คนนี้ ไม่เป็นสองรองใครเลยทีเดียว มีความคล่องตัว มีความเร็วที่จัดจ้าน การยิงประตูที่เฉียบคมและแถมยังมีทีเด็ดในการยิงลูกฟรีคิก

ชากิรี่ ยังมีอนาคตในถิ่นหงส์แดง

นับตั้งแต่ บิ๊กป้อมเซอร์ดาน ชากิรี่ ได้ย้ายจากทีมช่างปั้นหม้อ สโต๊ค ซิตี้ มาร่วมทัพทีมหงส์แดงเมื่อปี 2018 ด้วยค่าตัวเพียง 13.5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 549 ล้านบาท) เพื่อมาเป็นตัวเลือกในแผงเกมรุกของทีม แม้ว่าในช่วงแรกจะเปิดตัวค่อนข้างสวยหรูในช่วงเตรียมทีมเปิดฤดูกาล รวมถึงเกมที่สร้างชื่อให้กับเขาจนได้รับฉายาเล่น ๆ ว่าเป็นท่านเซอร์ เซอร์ดาน ชากิรี่ ด้วยการซัดไป 2 ประตูให้ทีมหงส์แดงชนะทีมผีแดงในศึกแดงเดือดนัดนั้นไป 3-1 ส่งผลทำให้จ่ามู โซเซ่ มูรินโญ่กระเด็นตกเก้าอี้โดนไล่ออกจากการเป็นกุนซือของทีมแมนฯยูเลยทีเดียว

หลังจากนั้น ชากิรี่ มักจะมีปัญหาการบาดเจ็บมารบกวนบ่อยๆ รวมทั้งการเล่นเกมระบบเกเกนเพรสซิ่ง ไล่บีบเพื่อกดดันคู่แข่งตามแบบฉบับ เฮฟวี่ เมทัลของเจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือของทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูล  ทำให้สไตล์การเล่นของเซอร์ดาน ชากิรี่ดูจะไม่ค่อยเข้ากับเฮฟวี่ เมทัล  แต่ออกไปทางแนวป็อปร็อคซะมากกว่า  ทั้งนี้เนื่องจาก ชากิรี่ เป็นนักเตะเกมรุกโดยธรรมชาติ ดังนั้นอาจจะไม่มีทักษะในเรื่องการเล่นเกมรับมากนัก ซึ่งส่งผลให้เวลาที่ทีมโดนลูกสวนกลับ เขาไม่สามารถที่จะช่วยแบ่งเบาภาระของกองหลังได้เท่ากับกองกลางคนอื่นๆ ทั้ง ฟาบินโญ, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, จอร์จินิโอ ไวนัลดุม หรือแม้กระทั่งเจมส์ มิลเนอร์ ซึ่งสามารถเล่นได้ทั้งเกมรับและเกมรุก ทำให้บิ๊กป้อมอาจจะไม่ค่อยได้รับโอกาสจากคล็อปป์ในการลงสนามมากเท่าที่ควร โดยเฉพาะในฤดูกาล 2019-20 ที่ผ่านมาได้ลงสนามในเกมลีกแค่เพียง 7 นัดเท่านั้นเองแทบจะหมดอนาคตกับทีมและมีข่าวว่าจะย้ายทีมไปแต่อย่างไรก็ตามเขายืนยันที่จะอยู่ต่อกับทีมต่อไปในฤดูกาลใหม่

สำหรับในฤดูกาลใหม่นี้ ชากิรี่ เพิ่งได้ลงเล่นในเกมคาราบาวคัพไป 1 นัดเท่านั้นแถมมีผลการทดสอบโคโรนาไวรัสเป็นบวกทำให้ถูกกักตัวไม่ได้ลงสนามอีกแต่อย่างไรก็ตามล่าสุดสมาคมฟุตบอลสวิตเซอร์แลนด์ยืนยันว่าไม่พบเชื้อไวรัสแล้ว

ถือว่าเป็นโอกาสดีที่จะได้กลับมาพร้อมลงสนามอีกครั้ง และเชื่อว่าเขายังมีอนาคตกับทีมต่อไป เพียงแต่รอเวลาที่จะได้รับโอกาสลงสนาม สู้ต่อไปนะครับ บิ๊กป้อม

 

คล็อปป์ เผยเคยเกือบปฏิเสธการทาบทามจากลิเวอร์พูล